วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ประวัติจังหวัดกาฬสินธุ์ และประหวัดจังหวัดอื่นๆ ทุกประเทศทั่วไทย

ประวัติจังหวัดกาฬสินธุ์



“อาณาบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดกาฬสินธุ์ปัจจุบันนี้  เติมเป็นถิ่นที่อยู่ของชาติละว้า  ประมาณ พ.ศ. 1600  พระเจ้าอโนราธามังช่อกษัตริย์พม่าองค์หนึ่ง  ได้แผ่อำนาจครอบคลุมมาถึงบริเวณนี้ กวาดต้อนผู้คนไปเป็นเชลยเป็นอันมาก  พวกที่หวาดกลัวก็อพยพทิ้งบ้านเมืองหลบลี้ภัยไปทำให้เมืองร้าง  จนกระทั่งปี พ.ศ. 2320  เจ้าโสมพะมิตร  เกิดขัดใจกับพระเจ้าสิริสาร  
เจ้าครองนครเวียงจันทร์จึงอพยพไพร่พลมาตั้งภูมิลำเนาอยู่หนองหารธาตุเชิงชุม (ที่ตั้งจังหวัดสกลนครในปัจจุบัน)  ต่อมาอพยพมาตั้งอยู่ถิ่นฐานเมืองพรรณนานิคม (อำเภอพรรณนิคม)  และในที่สุดไอ้อพยพมาตั้งถิ่นบานที่บริเวณจังหวัดกาฬสินธุ์ในปัจจุบันนี้  ครั้งแรกตั้งตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นแก่ใคร  อยู่มาได้ 10 ปีเศษ ประมาณ พ.ศ. 2334 เจ้าเมืองร้อยเอ็ดจึงนำเจ้าโสมพะมิตรไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ขอเป็นเมืองขึ้นและขอพระราชทานชื่อเมือง  จึงได้รับพระนามว่า “เมืองกาฬสินธุ์” พระราชทานบรรดาศักดิ์เจ้าโสมพระมิตรเป็น  พระยาสุนทร  เป็นเจ้าเมืองกาฬสินธุ์คนแรก
                วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2456 ได้ยกฐานะเมืองกาฬสินธุ์ขึ้นเป็นจังหวัด  ขึ้นตรงต่อมณฑลร้อยเอ็ด
                วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 การเศรษฐกิจตกต่ำ  การเงินฝืดเคือง  จึงยุลงเป็นอำเภอ  ขึ้นอยู่ในความปกครองของจังหวัดมหาสารคาม
                วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2490 ได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์อีกครั้งหนึ่ง
จังหวัด กาฬสินธุ์  นั้นหากจะแปลกกันตรงๆ  ก็หมายถึง “น้ำดำ”  เพราะคำว่า “กาฬ” แปลว่า “ดำ” “สินธุ์” แปลว่า “น้ำ”  นั่นแหละสาเหตุที่เมืองนี้ใช้ชื่อเช่นนี้ก็เพราะว่า   สถานที่ตั้งเมืองกาฬสินธุ์แห้งนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก เพราะดินและน้ำดี
                แต่ยังมีเรื่องเล่าสันนิฐานถึงที่มาของชื่อเมืองกาฬสินธุ์  อีกอย่างหนึ่งว่า  ชื่อนี้หมายถึง “กาน้ำสีดำ”  นิมิตที่จะได้ชื่อเมืองนี้มาก็เพราะเมือครั้งเจ้าเมืองร้อยเอ็ดนำเจ้าโสมพระมิตร  ไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอกฟ้าจุฬาโลก  เพื่อทูลฯ ขอตั้งเมืองนั้น  เจ้าโสมพะมิตรได้นำกาน้ำสีดำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายด้วย  ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  จึงทรงตั้งชื่อว่าเมือง  กาฬสินธุ์
ที่มา : สารคดีท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนการเดินทางและการท่องเที่ยว