วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ประวัติจังหวัดน่าน และประหวัดจังหวัดอื่นๆ ทุกประเทศทั่วไทย

ประวัติจังหวัดน่าน


ประวัติศาสตร์เมืองน่านเริ่มก่อตั้งขึ้นราวพศ 1825 ภายใต้วีรบุรุษของพญาภูคาและนางพญาจำปาผู้เป็นมเหสีซึ่งทั้งคู่เป็นชาวเมืองเงินยาง ได้เป็นคนนำนำประชากรเดินทางมาตั้งเขตการปกครองอยู่ที่เมืองล่าง ต่อมาได้เป็นเมืองย่างด้วยเหตุว่ามีเครื่องมือของเมืองในสภาพที่เป็นคูน้ำคันดิน และกำแพงเมืองกองกันอยู่ เห็นได้ดีที่สุดคือแถวๆข้างพระธาตุจอมพริกบ้านเสี้ยวมีกำแพงแสดงอยู่ซึ่งเป็นแนวกั้นข้าศึกทิศใต้ และป้อมปราการทิศเหนือรุปแบบที่เห็นเป็นสันกำแพงดินบนยอดดอยม่อนหลวง บ้านลอมกลาง เป็นกำแพงเมืองสูงถึง 3 ชั้น ในแต่ละชั้นกว้าง 3 เมตร สูง 5 เมตรขนานไปกับยอดดอยม่อนหลวง ต่อมาผู้นำได้ขยายจังหวัดน่านแผ่นดินการปกครองของตนออกไปให้ยิ่งใหญ่ออกไปโดยส่งราชบุตรบุญธรรม 2ท่านไปรวบรวมตัวเมืองจังหวัดน่านใหม่ โดยขุนนุ่นผู้พี่ไปรวบรวมเมืองจันทบุรี และขุนฟองผู้น้องรวบรวมเมืองวรนครหรือเมืองปัว เวลาผ่านไปขุนฟองถึงแก่พิราลัยเจ้าเก้าเถื่อนราชบุตรจึงได้ขึ้นว่าราชการเมืองปัวแทน ด้านพญาภูคาควบคุมเมืองย่างมานานและแก่ขึ้น มีความต้องการจะให้เจ้าเก้าเถื่อนผู้หลานมาปกป้องเมืองย่างต่อไปจึงให้เสนาอำมาตย์ไปเชิญเจ้าเก้าเถื่อนเกรงใจปู่จึงยอมไปอยู่เมืองย่างและมอบให้ภรรยาคือนางพญาแม่ท้าวคำปินปกป้องเมืองปัวแทน เมื่อพญาภูคาถึงแก่กรรมเจ้าเก้าเถื่อนจึงปกป้องเมืองย่างแทน ในช่วงที่เมืองปัวว่างจากผู้ปกครองเหตุเพราะเจ้าเก้าเถื่อนไปควบคุมเมืองย่างแทนปู่นั้น พญางำเมืองเจ้าผู้ปกป้องเมืองพะเยา จึงได้ขยายพื้นที่ครองบ้านเมืองในท้องที่เมืองน่านทั้งหมด นางพญาแม่เท้าคำปินพร้อมด้วยลูกในครรภ์ได้หนีไปอยู่บ้านห้วยแร้ง จนคลอดได้บุตรชายชื่อว่าเจ้าขุนใสเติบใหญ่มีโอกาสเป็นขุนนางของพญางำเมืองจนเป็นที่สนิทสนมพญางำเมืองจึงตั้งให้เป็นเจ้าขุนใสยศ ควบคุมเมืองปราด ภายหลังมีกองทัพมากขึ้นจึงยกทหารมาสู้รบจนเป็นอิสระจากการเป็นเมืองของเมืองพะเยา และได้รับการตั้งให้เป็นพญาผานอง ขึ้นปกป้องเมืองปัวอย่างอิสระระหว่างปี 1865-1894 รวม 30 ปีจึงถึงแก่กรรมในยุคของพญาการเมืองโอรสของพญาผานอง เมืองปัวได้มีการเพิ่มตัวมากขึ้น ตลอดจนมีความสนิทกับเมืองสุโขทัยอย่างดีพงศาวดารเมืองน่านกล่าวถึงพญาการเมืองว่า ได้รับเชิญจากผู้ปกครองสุโขทัย ไปร่วมสร้างวัดอัมพวนารามตอนกลับผู้ปกครองสุโขทัย ได้มอบพระธาตุ 7 องค์ พระพิมพ์ทองคำ 20 องค์ พระพิมพ์เงิน 20 องค์ ให้พญาการเมืองมาเก็บรักษาไว้ณ เมืองปัว ด้วยพญาการเมืองได้ปรึกษาพระมหาเถรธรรมบาลจึงได้ก่อสร้างพระธาตุแช่แห้งขึ้นณ ภูเพียงแช่แห้ง อีกทั้งได้ย้ายประชากรจากเมืองปัวลงมาก่อตั้งอาณาจักรใหม่ที่บริเวณพระธาตุแช่แห้ง


ที่มา http://www.luckynewsupdate.com