ประวัติจังหวัดจันทบุรี
จันทบุรี หรือ เมืองจันท์ เป็นเมืองเก่าแก่ย้อนไปตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีการสำรวจพบเครื่องมือเครื่องใช้ในยุคหินขัด คือประมาณ 2,000 ปีก่อน ในเขตอำเภอมะขาม อำเภอท่าใหม่ และที่ราบเชิงเขาที่บ้านคลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน นักโบราณคดีสันนิษฐานว่ามีการสร้างเมืองขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 ที่บริเวณหน้าเขาสระบาป โดย “ชาวชอง” ซึ่งเป็นชนเผ่าในตระกูลมอญ-ขอม และสันนิษฐานว่าเมืองจันทบุรี หรือชื่อเดิมว่า “จันทบูร” นี้ก่อตั้งขึ้นมาในระยะเวลาใกล้เคียงกับเมืองพิมาย เพชรบูรณ์ และลพบุรี เพื่อเป็นจุดเผยแพร่ วัฒนธรรมของขอม ไปสู่อาณาจักร ทวาราวดี ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ต่อมาเมื่อไทยตั้งอาณาจักรสุโขทัย ขอมเสื่อมอำนาจลง จนในที่สุดก็ต้องเสียเมืองแถบชายฝั่งตะวันออกให้แก่ไทยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง จันทบุรีจึงกลายเป็นเมืองประเทศราชของไทย
ชาวชองนั้น มีภาษาพูดเป็นของตนเอง ได้ตั้งรกรากอยู่ในป่าตะวันออก โดยเฉพาะในเขตป่ารอยต่อจันทบุรี-ตราดซึ่งเป็นแหล่งของป่าและสมุนไพรที่อุดมสมบูรณ์มาก ชาวบ้านดำรงชีวิตด้วยการเก็บหาของป่าขาย แต่ต่อมาการเก็บของป่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย จึงต้องเปลี่ยนอาชีพไปเป็นแรงงานในเมือง และยังมีบางส่วนที่ทำนาทำสวนอยู่ ปัจจุบันชาวชองส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านคลองพลู กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระราเมศวรตีเมืองเชียงใหม่ได้ และนำเชลยลงมาไว้ยังจันทบุรี นครศรีธรรมราช และสงขลา จึงทำให้วัฒนธรรมของจันทบุรีคล้ายคลึงกับไทยลานนาบ้าง ตัวอย่างเช่น ประเพณีการแต่งงาน จะมีพิธีผูกข้อมือทำขวัญคู่บ่าวสาว และยังมีหมู่บ้านเป็นหลักฐาน เรียกว่า บ้านลาว เป็นต้น
ต่อมาในสมัย พ.ศ.2200 ได้มีการย้ายเมืองไปสร้างใหม่ที่บ้านลุ่มซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี เพื่อสะดวกในการคมนาคมติดต่อค้าขาย และหลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชครั้งดำรงตำแหน่งพระยาวชิรปราการ ได้นำกำลังพลประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกทางทิศตะวันออกและยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นเวลา 5 เดือน เพื่อเป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรี้พล จากนั้นจึงนำกำลังพลทั้งไทย-จีน จำนวน 5,000 คน กลับไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวจันทบุรีมาจนถึงปัจจุบันดังจะเห็นได้จากโบราณสถานและอนุสรณ์สถานหลายแห่งที่มีความเกี่ยวข้องหรือจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในครั้งนั้น
ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้มีการขยายเมืองจากบ้านลุ่มไปตั้งที่บ้านเนินวงซึ่งอยู่ในที่สูงเพื่อเป็นที่มั่นในการป้องกันการถูกรุกรานของญวณที่จะเข้ามาทางทะเล เพราะ เมืองใหม่มีลักษณะเป็นเมืองป้อมปราการ มีกำแพงล้อมรอบ แต่มีชาวบ้านย้ายตามขึ้นมาอยู่น้อย เพราะไม่สะดวกในการติดต่อค้าขาย
จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงย้ายเมืองกลับไปที่บ้านลุ่มตามเดิม เนื่องจากค่ายเนินวงอยู่ไกลจากแหล่งน้ำ จนปี พ.ศ.2436 ตรงกับ ร.ศ.112 ได้ เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทย-ฝรั่งเศสขึ้น เนื่องจากฝรั่งเศสต้องการพื้นที่เขมรส่วนนอก อันได้แก่ พระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ ซึ่งเป็นของไทย จึงได้เข้ายึดจันทบุรีเป็นประกัน ครั้งนั้นฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี และมีหลักฐานการยึดครองของฝรั่งเศสเหลือให้เห็นอยู่จนทุกวันนี้ เช่น คุกขี้ไก่ ตึกแดง โบสถ์คริสต์ เป็นต้น จนในที่สุดไทยต้องยอมยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศสเพื่อแลกเมืองจันทบุรีกลับคืนมา
ในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบบริหาราชการแผ่นดินขึ้นใหม่ เพื่อให้อำนาจแก่ส่วนภูมิภาคมากขึ้น จึง ยกเลิกการปกครองแบบมณฑล และให้ส่วนภูมิภาคเป็นจังหวัดและอำเภอแทน เมืองจันทบุรีจึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน
chanthaburi.go.th