ประวัติจังหวัดชลบุรี
ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จประพาสชลบุรี หลายครั้งหลายหน เพราะ ชลบุรีเป็นเมืองชายทะเล เหมาะแก่การพักผ่อน มีทัศนียภาพงดงามและไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก ในจดหมายเหตุพระราชกิจประจำวัน มีหลักฐานปรากฎชัดว่า รัชกาลที่ 4-5-6 ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จ ประพาสชลบุรีเมื่อไร ทรงมีพระราชกรณียกิจใด ๆ บ้าง ล้วนแต่เป็นพระราชกรณียกิจพื้นฐาน สร้างชลบุรี ให้เจริญ รุ่งเรืองมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ ในยุค กรุงรัตโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ.2350 พระสุนทรโวหาร หรือสุนทรภู่ รัตนกวีของไทย ได้ ้ เดินทางจากกรุงเทพมหานคร เพื่อไปเยี่ยมบิดาที่เมืองแกลง จังหวัดระยอง ได้เขียนไว้ในนิราศเมืองแกลง กล่าวถึง เมืองต่างๆ เมื่อเข้าถึงเขตจังหวัดชลบุรีแล้ว ไปตามลำดับ จากเหนือไปใต้ คือ บางปลาสร้อย หนองมน บ้านไร่ บางพระ บางละมุง นาเกลือ พัทยา นาจอมเทียน ห้วยขวาง หนองชะแง้ว (ปัจจุบันเรียก บ้านชากแง้ว อยู่ในเขตอำเภอบางละมุง ซึ่งเป็นทางที่จะไปอำเภอแกลง จังหวัดระยองได้ )
ในรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.2437 ได้ทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองราชอาณาจักร ที่เป็นหัวเมืองต่างๆ แบบโบราณ ที่แยกกันอยู่ในบังคับบัญชาของ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกรมท่า ดูไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยากแก่การปกครองดูแลให้ทั่วถึง และ เสมอเหมือนกันได้ โดยให้หัวเมืองต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรขึ้นอยู่กับกระทรวง มหาดไทยเพียงกระทรวงเดียว หรือหน่วย งานเดียว คือ การรวบรวมหัวเมืองทั้งหลายขึ้นเป็นมณฑลนั้น
ในรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.2437 ได้ทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองราชอาณาจักร ที่เป็นหัวเมืองต่างๆ แบบโบราณ ที่แยกกันอยู่ในบังคับบัญชาของ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกรมท่า ดูไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยากแก่การปกครองดูแลให้ทั่วถึง และ เสมอเหมือนกันได้ โดยให้หัวเมืองต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรขึ้นอยู่กับกระทรวง มหาดไทยเพียงกระทรวงเดียว หรือหน่วย งานเดียว คือ การรวบรวมหัวเมืองทั้งหลายขึ้นเป็นมณฑลนั้น
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย (พ.ศ.2435-2458) ได้ทรงนิพนธ์ไว้ใน "บันทึกความทรงจำ" ซึ่งมีตอนที่ กล่าวถึงเมืองชลบุรี ไว้ว่า "รวมหัวเมืองทางลำน้ำบางปะกง คือ เมืองปราจีนบุรี 1 เมืองนครนายก 1 เมืองพนมสารคาม 1 เมืองฉะเชิงเทรา 1 รวม 4 หัวเมือง เป็นเมืองมณฑล 1 เรียกว่า "มณฑลปราจีน" ตั้งที่ว่าการมณฑล ณ เมืองปราจีน (ต่อเมื่อโอนหัวเมือในกรมท่า มาขึ้น กระทรวง มหาดไทย จึงย้ายที่ทำการมณฑลลงมาตั้งที่เมืองฉะเชิงเทรา เพราะขยายอาณาเขตมณฑลต่อลงไปทางชายทะเล รวม เมืองพนัสนิคม เมืองชลบุรี และเมืองบางละมุง เพิ่มให้อีก 3 รวมเป็น 7 เมืองด้วยกัน) แต่คงเรียกชื่อว่า มณฑลปราจีน อยู่ตามเดิม"
การปกครองหัวเมืองหรือที่รู้จักในปัจจุบันว่า เป็นราชการส่วนภูมิภาค นั้น ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงจากระบบเดิม มาเป็นระบบมณฑล หรือระบบเทศาภิบาลจริงจัง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2437 เป็นต้นมา กล่าวคือ จากมณฑลแบ่งย่อยออกมา เป็น เมือง เป็นอำเภอ ตำบล หมู่บ้านโดยมีผู้ปกครองบังคับบัญชา เรียกว่า สมุหเทศาภิบาล ผู้ว่าราชการเมือง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามลำดับ ครั้นถึง พ.ศ.2458 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้รวมมณฑลจัดตั้งขึ้น เป็นภาค โดยมีอุปราชเป็น ผู้ปกครอง
มีอำนาจเหนือสมุหเทศาภิบาล มีด้วยกัน 4 ภาค คือ ภาคพายัพ ภาคปักษ์ใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันตก สำหรับภาคกลางให้คงเป็นมณฑลอยู่ อย่างเดิม เรียกว่า มณฑลอยุธยา มีอุปราช ปกครองแทนสมุหเทศาภิบาล การ ปกครองหัวเมืองแบบแบ่งเป็นภาค และมีตำแหน่งอุปราช เช่นว่านี้ ได้ยกเลิกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2468 ในสมัยรัชกาลที่ 7 โดยกลับไปใช้ในลักษณะเป็นมณฑลอย่างเดิม ในลักษณะที่มีจำนวนมากขึ้นจนถึงสูงสุดถึง 20 มณฑล และภายใน 10 ปี ต่อมา คือก่อน พ.ศ.2475 ได้ยุบและยกเลิกหลายๆ มณฑล ลง เหลือเพียง 10 มณฑลเป็นครั้งสุดท้าย
สรุปความเป็นมาของจังหวัดตามลำดับ ดังนี้
1. ยุคก่อนกรุงศรีอยุธยา มีมีเมืองศรีพะโรและเมืองพระรถตั้งอยู่แล้ว โดยปัจจุบันยังมีหลักฐานความเป็นเมือง บาง อย่างปรากฎอยู่
สรุปความเป็นมาของจังหวัดตามลำดับ ดังนี้
1. ยุคก่อนกรุงศรีอยุธยา มีมีเมืองศรีพะโรและเมืองพระรถตั้งอยู่แล้ว โดยปัจจุบันยังมีหลักฐานความเป็นเมือง บาง อย่างปรากฎอยู่
2. ยุคกรุงศรีอยุธยา เมืองศรีพะโร และเมืองพระรถ อาจเสื่อมไปแล้วและมีชุมชนที่รวมกันอยู่หลายจุด ในลักษณะ เป็นบ้านเมือง อาทิ บางทราย บางปลาสร้อย บางพระเรือ บางละมุง ฯลฯ เป็นต้น
3. ยุคกรุงรัตนโกสินทร์
ช่วงแรก (ก่อน พ.ศ.2440 หรือ ร.ศ.115) ช่วงนี้จังหวัดชลบุรียังไม่เกิด แต่ได้มีเมืองต่างๆ ในพื้นที่เกิดขึ้นแล้ว คือ
เมืองบางปลาสร้อย เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุง
เมืองบางปลาสร้อย เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุง
ช่วงสอง ( หลัง พ.ศ. 2440-2475 ) ขณะนั้นคำว่าจังหวัดมีใช้แห่งเดียวในราชอาณาจักร คือ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เข้าใจว่าคำว่าเมืองชลบุรีมีชื่อเรียกในช่วงนี้ โดยมีอำเภอเมืองบางปลาสร้อย (ที่ตั้งตัวเมือง) อำเภอพานทอง อำเภอบางละมุง อำเภอพนัสนิคม อยู่ในเขตการปกครองในระยะต้น และในระยะหลังปี 2460 มีอำเภอศรีราชา ฯลฯ เกิดขึ้นรวมอยู่ใน เขต เมืองชลบุรีตามมา
ช่วงสาม (ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 - ปัจจุบัน) มีการเปลี่ยนแปลงในรูปการปกครองประเทศครั้งใหญ่ โดยพระราชบัญญัติ ระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกเขตการปกครองแบบเมืองทั่วราชอาณาจักร แล้วตั้ง ขึ้น เป็นจังหวัดแทน มีข้าหลวงประจำจังหวัดเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาเมืองชลบุรีจึงเป็น จังหวัดชลบุรี (แต่เปลี่ยนข้าหลวง ประจำจังหวัดเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด)