วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ประวัติจังหวัดนครพนม และประวัติจังหวัดอื่นๆ อย่างละเอียดทั่วประเทศไทย

ประวัติจังหวัดนครพนม

นครพนม  เป็นเมืองแก่ตั้งแต่โบราณสมัยอาณาจักรโคตรบูร  แรกทีเดียวเมืองนครพนมตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง  แล้วตอมาจึงได้ย้ายมาสู่แผ่นดินฝั่งขวา  ตำนานพื้นเมองเล่าความเป็นมาของเมืองนี้กันหลายทาง  ที่ปรากฏอยู่ในพงศาวดารเขมรก็มี  พงศาวดารเหนือก็มี
                เรื่องเล่ากันว่า
                มีบุตรเขยของเจ้าเมืองศรีสัตนาคนหุตคนหนึ่งชื่อ  โคตะ  ได้มาสร้างเมืองขึ้นเมืองหนึ่งที่ปากห้วยหินบูรณ์  ฝั่งซ้ายของลำน้ำโขง  อันอยู่ตรงกันข้าวกับอำเภอท่าอุเทนของจังหวัดนครพนมในปัจจุบัน  เมื่อสร้างเมืองเสร็จแล้ว  ได้ขนานนามเมืองนี้ว่า  เมืองศรีโคตรบูรณ์  ขึ้นต่อกรุงศรีสัตนาคนหุต  หรือเมืองเวียงจันทร์นั่นเอง  ต่อมาเมืองศีรโคตรบูรณ์ได้ย้ายมาตั้งตรงห้วยศรีมัง  อันอยู่ใต้เมืองท่าแขกลาว  เยื้องกับตัวเมืองนครพนมในปัจจุบันนี้  ตามประวัติเล่าว่าเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ที่ห้วยศรัมังแห่งนี้  เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองมรุกขนคร  อันมีความหมายถึงเมืองแห่งขุนเข่า  และยังอยู่กับเมืองเวียงจันทร์เรื่อยมา
             จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2321  เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงดำรงพระยศ  สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก  ทรงกรีฑาทัพมาตีเมืองเวียงจันทน์ได้  จนกระทั่งแผ่นดินล้านช้างตกเป็นประเทศราชของไทยนั้น  ผืนแผ่นดินฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงโดยตลอดก็อยู่ในความปกครองของไทย  จึงนับได้ว่ามรุกนคร  เมืองต้นกำเนิดของนครพนม  ได้อยู่ในความปกครองของไทยแต่นั้นเป็นตันมา
           ต่อมาสมัยเมื่อท้าวพรหมเป็นเจ้าผู้ครองเมืองมรุกขนคร  ในตอนต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกนั่นอง  จึงได้มีการย้ายที่ตั้งเมืองมรุกขนครจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงมาสู่แผ่นดินฝั่งขวาโดยตั้งตัวเมืองที่บ้านหนองจันทร์
           ครั้งถึงปี พ.ศ. 2337  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ   ให้ยกเมืองมรุกขนครขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ  พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น  เมืองนครพนม  ซึ่งก็ยังมีความหมายว่าเมืองแห่งขุนเขา  อยู่อีกนั่นเอง  คราวนี้เองที่ตำแหน่งเจ้าผู้ครองเมืองนครพนม  มีบรรดาศักดิ์ราชทินนามเป็น  พระนครานุรักษ์  แต่นั้นมา
          หลังจากนั้นอีกไม่นาน  ก็มีการย้ายที่ตั้งตัวเมืองจากบ้านหนองจันทร์  มาสร้างใหม่ที่บ้านโพธิ์คำ  อันเป็นที่ตั้งตัวเมืองนครพนมทุกวันนี้
ที่มา : สารคดีท่องเทียวเพื่อสนับสนุนการเดินทางและการท่องเที่ยว